เทคนิคการวาดภาพสีน้ำมัน landscape

ART TRIP : เส้นทางแห่งงานศิลปะ
เทคนิคการวาดภาพสีน้ำมัน landscape

หลังจากเรียนรู้วิธีทำเฟรมเพื่อเตรียมพร้อมกับการสร้างงานศิลป์กันไปเรียบร้อยแล้ว

คราวนี้เราต้องมาร่างรูปกันก่อนละครับ
ก่อนอื่นต้องมีโจทย์ก่อน ถึงจะมีจำเลย …อ่ะ
โจทย์ของผมที่ได้คือ บ้านในป่าที่มีน้ำและภูเขา
เราเองคงต้องหาข้อมูลกันมาเพิ่มเติมหรือประกอบด้วยล่ะครับ

เมื่อวางแผนเรียบร้อย…ฮืมมมม เดี๋ยว!

วางแผนคือเราต้องจินตนาการให้เห็นภาพที่เสร็จแล้วของเราน่ะครับ
ใช้จินตนาการจ้องมองเข้าไปในเฟรมที่โล่งและขาวอันนี้
นี่แหละครับกระบวนการนี้คงต้องผ่านการสเก็ตซ์หาแบบกันก่อน
แต่ถ้ามีภาพอยู่ในหัวแล้วก็ลุยเลยครับ
สเก็ตซ์บนนั้นเลย ย้ำอีกครั้งนะครับค่อยๆทำไม่ต้องรีบหรือเร่งแต่ประการใดครับ

เพราะการวาดภาพสีน้ำมันถ้า แบบเราไม่แน่นอนแล้ว งานศิลป์ของเราคงต้องล้มพับนอนหงายเก๋ง
หาทางออกเพื่อทำให้ภาพจบได้อย่างแสนอยากเย็น
แต่ก็ยังดีกว่าสีน้ำแหละครับ เพราะสีน้ำมันยังแก้ไขได้ ลงสีทับได้
ส่วนสีน้ำ ถ้าแบบไม่ชัวร์จิตใจลังเลก็เรียบร้อยเลยครับ ภาพเจ๊งเลย

มาดูการร่างรูปนี้บ้างนะครับ
ก่อนอื่นต้องหาเส้นระดับสายตาของภาพก่อนครับ
เมื่อวางตำแหน่งได้แล้วก็ทำการร่างด้วยมุมมองแบบ perspective
สาเหตุที่ทำแบบนี้ก็เพราะจะไม่ทำให้ภาพของเราดูแปลกๆทั้งจม ทั้งเอน เบี้ยว จนผิดตา
อย่างภาพนี้ตีฟ(perspective)ของบ้าน จะต้องเปลี่ยนจากแบบหมด
อีกทั้งแสงและเงาก้อยู่คนละทิศทางกับภาพรวม จึงต้องปรับเปลี่ยใหม่ทั้งหมด

เมื่อกำหนดเส้นได้พอประมาณแล้วก็ทำการร่างภาพแบบคร่าวๆก่อน
ด้วยการประมาณด้วยสายตาและขนาดของวัตถุด้วยตีฟทางสายตาของเราเอง

จากนั้นก็เก็บรายละเอียดการร่างไปเลยครับ
ดูภาพก่อนว่าเราจะให้ตรงไหนเป็นพระเอก และจุดรวมสายตา
ยังไม่ต้องรีบร้อนลงสีนะครับ สำรวจตรวจสอบให้แน่นอนก่อน
นั่งมองสักวันเต็มๆก็ได้ แต่ไม่ต้องถึงกับนั่งน้ำยายยืดนะคุบ(ซูบววว์.. ซดน้ำลายกลับ อิอิ)
มองไปเรื่อยๆแล้วเราจะเห็นข้อผิดพลาดตรงโน้นนิด นี่หน่อย
ค่อยๆแต่งแต้ม ไปจนกระทั่งมั่นใจ แล้วค่อยถอยออกมาพักหายใจก่อน เฮ้อ!รอดไปหนึ่งขั้นตอน

คราวนี้ก็เตรียมอุปกรณ์ก่อนครับ
เรียกว่าต้องเอาให้พร้อม เพราะเวลาเขียนๆอยู่แล้วต้องหาของโน้น นี่ นั่น
มันจะทำให้สมาธิกระเจิงไม่เกิดการต่อเนื่อง
ลงพื้นอยู่ดีๆมัวหาลินซีส พอหาเจอ อ่ะ ..ถึงไหนหว่า(ประจำ)

อุปกรณ์มีอะไรบ้างมาดูกันครับ

1. สีน้ำมัน(Oil colour)
– การวาดภาพสีน้ำมันจะใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ครับตามสะดวก แต่ผมจะใช้ปนๆกัน(เพราะไปซื้อแล้วไม่มี)
ผมจะแยกให้นะครับว่าตามที่ผมเคยเขียนมานั้นผมใช้แบบไหน ส่วนใครจะชอบยังไงตามถนัดเลยครับ
บางคนอาจไม่ชอบแบบผมเลยก็ได้ และที่ใช้อยู่มีสองยี่ห้อครับ
ROWNEY – ผมว่าจะออกลักษณะเจลจะมากไปหน่อยน่ะครับและสีก็สดใช้เขียนLandscapeนอกสถานที่ได้เหมาะทีเดียว
Winsor & Newton – ยี่ห้อนี้ผมจะชอบมากครับเนื้อสีแน่นละเอียดดีแบบนี้เหมาะกับ Portraitครับ
นอกนั้นก็ตามสะดวกเลยครับมีหลากหลายยี่ห้อแต่ผมเคยใช้แต่สองแบบนี้น่ะครับ

2.น้ำยาผสม หรือ ลินซิส(Linseed)มีอีกสองแบบที่ผมใช้อยู่ครับ(อาจมีมากกว่านั้นก็ได้)
แบบที่ว่านี้คือ
-แบบธรรมดา ซึ่งแบบนี้ต้องคอยเป็นเวลาอย่างต่ำก็สามวันแหละครับถึงจะแห้ง(ขึ้นอยู่กับความดูดสีของผ้าใบด้วย)
สำหรับลินซิสแบบนี้เหมาะสำหรับการเก็บรายละเอียดของงานแบบเปียก(สียังไม่แห้งง่ายๆ) ปัดไปถูไปเพิ่มสีไปได้
-แบบแห้งเร็ว(Liquin) แบบนี้จะใช้ผสมกับแบบแรกเพื่อให้แห้งเร็วขึ้นก็ได้
หรือจะใช้เพียวๆในบางจุดหลังเก็บงานตอนหมาดๆหรือแห้งก็ได้ตามแต่ลักษณะการเก็บงานหรืองานที่เร่งๆครับ

3.น้ำมันสน เอาไว้ล้างพู่กันครับ

4.พู่กันอ่ะดิ๊ มีทั้งแบบแบนและกลมครับ เอาไว้ใช้ตามลักษณะของงาน
-พู่กันแบน เอาไว้เก็บงานพื้นที่ใหญ่ และสีโดยรวมทั้งภาพ
-พู่กันกลม เอาไว้เก็บรายละเอียดของงานหรือเอาไว้ปัดรอยต่อของสีให้เนียนเรียบหากัน

5.เกียงผสมสี (ก็เอาไว้ผสม+ขูดจานสีไง)

6.ขาตั้งรูป มีไว้สะดวกดีครับทั้งการปรับตำเหน่งหรือการวางของ

7.ตู้วางสี ถ้าไม่มีใช้อะไรก็ได้ครับแต่ถ้ามีก็สะดวกดีมีไว้สำหรับการเก็บสีและเป็นจานสีได้ด้วย
(ของผมจานสีใช้กระจกครับ)

8.ผ้าเช็ดพู่กัน(ห้ามเอาเช็ดหน้า)

9.เก้าอี้ กับห้องทำงาน

ทีนี้มาลุยกันเลยครับ
การวาดภาพสีน้ำมันนี่ตามเทคนิคที่ผมใช้ผมจะลงจากสีที่ลึกสุดก่อนครับ(เข้มไปอ่อน)
หลายๆท่านทำไปผสมขาวไป ขอบอกว่าอย่าเพิ่งนะครับ
ไม่งั้นสีขาวจะไปกวนสีที่เข้มๆของเรางานจะเป็นแป้งสีจะออกขุ่นๆน่ะครับ
สีที่ผมเก็บซ้อนไว้ก่อนคือสีขาวครับ
และสีที่ผมไม่เคยใช้เลยก็คือสีดำ

สาเหตุที่ไม่ใช้สีดำเพราะว่าเมื่อสีนี้ไปโดนกับสีอื่นแล้วค่ากลางของสีอื่นจะหายไปด้วยน่ะครับ
ทำให้ค่าของสีที่ต่อกันจะไม่ซอฟลูกกะตาเท่าที่ควร
ผมจะใช้(Winsor)สองสีนี้คู่กันครับคือสีม่วงเบอร์28(Magenta)กับสีเขียวเบอร์37(Sap Green)
ลงเก็บไปเรื่อยๆครับกับทุกที่ที่เราคิดว่าเป็นส่วนที่เข้มจนหมดทั้งภาพ
ถ้าพื้นที่ที่เราต้องการเข้มกว่านี้(เก็บตอนหลัง)ก็ใช้น้ำเงินเบอร์ 15(Cobalt Blue)
หรือ เบอร์ 21(French Uttramarine)ผสมเติมเข้าไป

จากนั้นก็เริ่มสีน้ำหนักที่สองหรือระยะที่สองครับ
ใช้สีตามระยะก่อนนะครับ (หน้า กลาง หลัง)พยายามเบรคสีให้อยู่โทนเดียวกันทั้งภาพ
ก่อนที่จะควักสีขาวออกมาผสมสีในจานสีพร้อมกับการเบรคสีไปในตัว
ลงไปเรื่อยๆครับจนเต็มภาพ อย่าให้เป็นก้อนสีหรือเห็นรอยผ้าใบนะครับ
เพราะถ้าสีแห้งแล้วจะตามมาเก็บสีแบบเดิมค่อนข้างลำบาก

เมื่อลงพื้นเสร็จเรียบร้อยก็รอครับ เก็บโน้นนิดนี่หน่อยไปเรื่อยๆ
อย่าใจร้อนนะครับ ที่เรากำลังทำอยู่นี้เป็นการวาดภาพสีน้ำมันแบบเขียนเปียกน่ะครับ(ไม่รู้ว่าศัพท์วิชาการเขาเรียกว่าอะไร)

รออีกวันต่อมาเราต้องมาคอยดูสีครับ
ว่ามันหนึบๆหรือว่ายังไม่มีทีท่าจะแห้งหรือแห้งเรียบร้อยไปแล้ว
ตอนนี้ก็เรียกว่าเก็บงานตอนหมาดๆล่ะครับ
คือสีต้องหมาดๆไม่เปียกหรือแห้งสนิท
เราค่อยๆเพิ่มเติมเข้าไปครับสีบางส่วนที่จมอยู่สามารถคัดสี*ขึ้นมาได้เลย
(*คัดสี คือ การลงสีเดิมเก็บทับเพื่อเน้นบางส่วนให้เด่นขึ้น)
ถึงตอนนี้ก็เริ่มใช้พู่กันกลมแล้วล่ะครับ แบนๆกลมสลับกันไปตามความถนัดและจังหวะของสี

เก็บรายละเอียดไปเรื่อยๆครับกับจังหวะสีที่หนึบๆ
เพราะการวาดภาพสีน้ำมันกับสีที่หนึบหนับจะทำให้สีที่เราเพิ่มไปนั้นยังซอฟเป็นส่วนหนึ่งของงานอยู่ครับ
เก็บไปเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้า น้ำหรือเขา ทีละนิดทีละหน่อย ทีละส่วน
ค่อยๆไปครับ
ค่อย
ค่อย
ไป

อีกวันต่อมาหรือสองวันหลังจากที่เราเก็บไปเรื่อยๆเล็งแล้วเล็งอีกเล็งอีกก้เล็งแล้ว
จะตีลังกาเล็งจนตาเอียง ตัว หัว เอียงไปตามๆกัน
ก็มาถึงตอนเก็บแห้งซะทีครับ

การวาดภาพสีน้ำมันแบบเก็บแห้งคือการคัดเพิ่มสีให้เด่นขึ้นมาครับ
จะเป็นการเก็บรายละเอียดของภาพเล็กๆน้อยๆ
จากพื้นที่ใหญ่ๆที่เราลงไปหมดทั้งเฟรมแล้ว คุมโทนสีได้แล้ว
เราก็ค่อยๆเก็บไปเรื่อยๆครับ

จากนั้นก็รออีกรอบ
รอจนเมื่อทุกอย่างแห้ว เอ๊ย!แห้งสนิทก็ทำการเคลือบ Picture Varnish Glossy
ต้องเคลือบงานกันหน่อยครับเพราะว่าไม่งั้นสีที่เราลงภาพไปนั้น จะมันหรือด้านไม่เท่ากันทั้งภาพครับ
สาเหตุเพราะการที่เราทับสีหรือการเก็บหมาดเก็บแห้งนั่นเอง

จนสุดท้ายเราก็จะได้งานศิลปะภาพสีน้ำมันที่เสร็จสมบูรณ์
เอาไว้นั่งดู นอนดู ยืนเรียกเพื่อนๆมาดูกันได้ตามอัธยาศัยเลยครับ
หวังว่าพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ คงสนุกกับการวาดภาพสีน้ำมันนะครับ
ค่อยๆฝึกไปครับ อย่าใจร้อน ใจเย็นๆครับ
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการทำสิ่งที่ตนรักนะครับ

แหล่งอ้างอิง  http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=alphafo&date=01-07-2010&group=3&gblog=7

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s